ยกระดับโรงงานสู่ Green Building ด้วยโซลาร์เซลล์ และลิฟต์อัจฉริยะ

การทำ Green Building มีประโยชน์อย่างไร และต้องเริ่มต้นตรงไหน?

มาตรฐานอาคารสีเขียวอย่าง LEED และ TREES คือใบเบิกทางสำคัญในปี 2026 สำหรับโรงงานที่ต้องการลดภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก การอัปเกรดระบบพื้นฐาน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) เพื่อผลิตพลังงานสะอาด และ การทำ Modernization ลิฟต์โดยสารด้วยเทคโนโลยี Regenerative Drive สามารถช่วยเพิ่มคะแนนในหมวด พลังงานและบรรยากาศ (Energy & Atmosphere) ได้มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผ่านเกณฑ์ประเมินอาคารเขียวแล้ว ยังช่วยลดค่าไฟอาคารได้ 30-50% และคืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI

ทำไมปี 2026 ถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาคารอุตสาหกรรมไทย?

การประเมินอาคารว่าเป็น อาคารสีเขียว (Green Building) ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็น ความอยู่รอดของธุรกิจในเวทีระดับโลก โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสูงและมีการส่งออกสินค้า

  • มาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism): สหภาพยุโรปได้เริ่มบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 หากโรงงานของคุณมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) สูงกว่าเกณฑ์ สินค้าที่ส่งออกจะถูกเรียกเก็บภาษีคาร์บอนในอัตราที่สูงมากจนสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน
  • นโยบาย ESG (Environmental, Social, and Governance): นักลงทุนและสถาบันการเงินในปัจจุบันใช้เกณฑ์ ESG ในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ การมีใบรับรอง Green Building ช่วยให้บริษัทเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (Green Loan) ได้ง่ายขึ้น
  • เป้าหมาย Net Zero ของประเทศ: ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาครัฐจึงออกนโยบายสนับสนุนและให้สิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ประกอบการที่ปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร

ถอดรหัสมาตรฐานอาคารเขียว: LEED vs TREES

LEED (Leadership in Energy and Environmental Design)

พัฒนาโดย USGBC (U.S. Green Building Council) เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก เหมาะสำหรับบริษัทข้ามชาติ โรงงานที่เน้นการส่งออก หรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องการยกระดับความน่าเชื่อถือในระดับสากล

TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability)

พัฒนาโดยสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นมาตรฐานที่อ้างอิงหลักการจากสากลแต่นำมาปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้นแบบประเทศไทย และมีค่าธรรมเนียมในการขอรับรองที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

ตารางเปรียบเทียบมาตรฐาน LEED และ TREES

หัวข้อการเปรียบเทียบ

มาตรฐาน LEED (สากล)

มาตรฐาน TREES (ประเทศไทย)

ผู้ดูแลมาตรฐาน

USGBC (สหรัฐอเมริกา)

สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)

ความน่าเชื่อถือ

เป็นที่ยอมรับทั่วโลก (Global Recognition)

เป็นที่ยอมรับในประเทศไทยและภูมิภาค

ค่าธรรมเนียมประเมิน

สูง (อ้างอิงตามค่าเงินดอลลาร์และขนาดพื้นที่)

ปานกลาง (เหมาะสมกับธุรกิจในประเทศ)

ความเหมาะสม

โรงงานข้ามชาติ, บริษัทส่งออก, อาคารเกรด A

โรงงานในประเทศ, อาคารสำนักงานขนาดกลาง

หมวดคะแนนสูงสุด

พลังงานและบรรยากาศ (Energy & Atmosphere)

พลังงานและบรรยากาศ (Energy & Atmosphere)

การเก็บคะแนนหมวดพลังงานและบรรยากาศ

หมวดพลังงานและบรรยากาศ คือหมวดที่มีน้ำหนักคะแนนสูงที่สุดในทุกมาตรฐานอาคารเขียว การลงทุนปรับปรุงระบบวิศวกรรมอาคารกับผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้เก็บคะแนนในหมวดนี้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์

การนำพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มาใช้ในอาคาร คือวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

  • การเลือกรูปแบบลงทุน: โรงงานสามารถเลือกลงทุนติดตั้งเอง (EPC) เพื่อรับผลตอบแทนจากค่าไฟที่ลดลงแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือเลือกทำสัญญารับซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่ผู้ให้บริการลงทุนให้ฟรี 100% ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถนำข้อมูลการลดคาร์บอนมาเคลมคะแนนอาคารเขียวได้
  • การเลือกเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย: เกณฑ์อาคารเขียวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยร่วมด้วย การเลือกใช้อินเวอร์เตอร์แบบ Micro-inverter แทน String Inverter แบบเก่า จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยจากไฟฟ้ากระแสตรง (DC Arc Fault) บนหลังคาโรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการประเมินความเสี่ยงอาคาร

การอัปเกรดระบบลิฟต์อัจฉริยะ (Elevator Modernization)

ลิฟต์โดยสารเป็นระบบที่ใช้พลังงานสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากระบบปรับอากาศ การทำ Modernization ลิฟต์เก่า ไม่ใช่แค่การซ่อมบำรุง แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

  • เทคโนโลยี Regenerative Drive คือ จุดแข็งของการประหยัดพลังงานในลิฟต์ ปกติแล้วเมื่อลิฟต์วิ่งลงขณะบรรทุกหนัก หรือวิ่งขึ้นขณะห้องโดยสารว่าง มอเตอร์จะต้องทำงานเป็นเบรกและปล่อยพลังงานทิ้งเป็นความร้อน แต่ระบบ Regenerative Drive จะเปลี่ยนพลังงานกลจากการเบรกนี้ ให้กลับกลายเป็นกระแสไฟฟ้า ส่งคืนกลับเข้าสู่ระบบไฟส่วนกลางของอาคาร ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยลดการใช้พลังงานของลิฟต์ได้สูงสุดถึง 40%
  • ระบบจัดการจราจรลิฟต์ (Destination Control System – DCS) เป็นระบบที่ให้ผู้โดยสารกดเลือกชั้นที่ต้องการจากโถงทางเดินก่อนเข้าลิฟต์ ระบบ AI จะประมวลผลและจัดกลุ่มผู้โดยสารที่ไปชั้นเดียวกันให้อยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกัน ช่วยลดการจอดแวะทุกชั้น ลดรอบการวิ่งเที่ยวเปล่า และยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร

การประเมินความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ทางภาษี

การลงทุนเพื่อยกระดับเป็น Green Building ต้องตอบโจทย์ด้านผลกำไรของธุรกิจ (ROI) ด้วยเช่นกัน

  • สิทธิประโยชน์จาก BOI (Board of Investment) โรงงานที่ลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อการประหยัดพลังงาน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือเปลี่ยนระบบลิฟต์อุตสาหกรรมเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมจาก BOI โดยอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของเงินลงทุน เป็นระยะเวลา 3 ปี
  • ระยะเวลาคืนทุน โดยเฉลี่ย การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์จะมีระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี ส่วนการทำ Elevator Modernization มักจะคืนทุนภายใน 5-7 ปี
  • การเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ อาคารหรือโรงงานที่ได้การรับรอง LEED/TREES จะมีมูลค่าการประเมินสินทรัพย์ที่สูงกว่า และสามารถปล่อยเช่าหรือขายต่อได้ในราคาที่สูงกว่าอาคารทั่วไป

Roadmap 5 ขั้นตอน สู่การขอรับรอง Green Building สำหรับโรงงานเก่า

สำหรับโรงงานที่มีอายุการใช้งานนานหลายปี การปรับปรุงอาคารเดิมให้อยู่ในมาตรฐานอาคารเขียว มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

  1. การตรวจสอบสถานะปัจจุบัน (Energy Audit & Gap Analysis): ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจวัดการใช้พลังงานทั้งหมดของอาคาร หาจุดบกพร่อง และประเมินว่าปัจจุบันอาคารมีโอกาสได้คะแนนเท่าไหร่
  2. การออกแบบและวางแผน (Design & Strategize): เลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาอัปเกรดให้คุ้มค่าที่สุด เช่น การตั้งเป้าเปลี่ยนลิฟต์รุ่นเก่า และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดสูงสุด
  3. การติดตั้งและปรับปรุง (Implementation): ดำเนินการอัปเกรดระบบโดยผู้รับเหมาหรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
  4. การตรวจวัดและทดสอบการทำงาน (Commissioning): เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในมาตรฐานอาคารเขียว โดยต้องมีการบันทึกและพิสูจน์ได้ว่าระบบที่ติดตั้งใหม่สามารถประหยัดพลังงานได้จริงตามตัวเลขที่ประเมินไว้
  5. การยื่นขอใบรับรอง (Certification Submission): รวบรวมเอกสารทางวิศวกรรม ข้อมูลการประหยัดพลังงาน และผลการทำงานของระบบ ยื่นต่อ USGBC หรือ TGBI เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาและออกใบรับรอง

ล็อกซเล่ย์ คอนสตรั่คชั่น แมททรีเรียล

Email: [email protected]
Phone: (66) 085-360-0480
Line OA: @Loxcons

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สามารถทำได้ โดยยื่นขอในหมวดอาคารเดิม (Existing Buildings: Operations and Maintenance – O+M) ซึ่งจะเน้นประเมินที่ประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคาร การบำรุงรักษา และการอัปเกรดระบบเพื่อลดการใช้พลังงานในปัจจุบันเป็นหลัก

นำไปเคลมคะแนนได้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญา PPA ว่าสิทธิครอบครองในคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) หรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) ตกเป็นของฝ่ายใด หากโรงงานต้องการใช้เพื่อขอรับรองอาคารเขียว ต้องระบุให้สิทธิเหล่านั้นเป็นของโรงงานผู้ใช้ไฟฟ้า

สำหรับอาคารที่ขอรับรองในหมวดอาคารใหม่ (BD+C) ใบรับรองจะไม่มีวันหมดอายุ แต่สำหรับหมวดอาคารเดิม (O+M) ที่เน้นการบริหารจัดการ ใบรับรอง LEED จะมีอายุ 5 ปี และต้องทำการยื่นประเมินข้อมูลการใช้พลังงานซ้ำเพื่อต่ออายุ

ลิฟต์ชั้นนำในปัจจุบัน (เช่น Hyundai Elevator) จะมีรุ่นที่ระบุชัดเจนว่าใช้เทคโนโลยี Gearless PM Motor และสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริม Regenerative Drive ได้ การเลือกใช้ลิฟต์ที่มีฉลากรับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากโรงงานผู้ผลิต จะช่วยลดขั้นตอนการพิสูจน์เอกสารเวลาขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียวได้มาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial