เทคนิคตรวจสอบ Defect แผงโซลาร์เซลล์

สรุปแบบย่อ : ปัญหาแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟตกโดยที่กระจกภายนอกไม่ได้แตกหรือสกปรก มักเกิดจาก 2 เรื่องในระดับโครงสร้าง คือ Micro-crack (รอยร้าวขนาดไมครอนในเซลล์ซิลิคอนที่เกิดจากการกระแทกหรือการเหยียบแผง) และ PID (การรั่วไหลของประจุไฟฟ้าลงสู่โครงอะลูมิเนียมจากความชื้นสะสม) ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การบำรุงรักษาเชิงรุกจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างการใช้โดรนสแกนความร้อน และการถ่ายภาพรังสี เพื่อหาจุดบกพร่อง เคลมประกัน และป้องกันความเสี่ยงอัคคีภัยก่อนระบบล่ม

ทำไมค่าไฟถึงขึ้น ทั้งที่เพิ่งติดโซลาร์เซลล์ไปไม่กี่ปี?

เจ้าของโรงงานและผู้จัดการอาคารหลายท่านมักพบกับความผิดปกติของตัวเลขจุดคุ้มทุน หลังจากติดตั้งระบบ Solar Rooftop ไปได้ประมาณ 2-3 ปี โดยพบว่าปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง 10-20% ทำให้ต้องกลับมาดึงไฟจากการไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟรายเดือนแพงขึ้น

เมื่อส่งทีมช่างซ่อมบำรุงขึ้นไปล้างทำความสะอาดและตรวจสอบด้วยตาเปล่า กลับพบว่ากระจกหน้าแผงยังคงใสสะอาด ไม่มีรอยแตกหัก สายไฟยึดติดแน่นหนาดี แต่ความจริงคือ แผงโซลาร์เซลล์อาจกำลังมี Hidden Defects ที่ทำลายระบบภายในของแผง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่เพียงแต่จะสูญเสียประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า แต่ยังเป็นสาเหตุหลักของการเกิดความร้อนสะสมและเสี่ยงไฟไหม้บนหลังคาโรงงานอีกด้วย

Micro-crack รอยร้าวที่มองไม่เห็น

แผงโซลาร์เซลล์ประกอบขึ้นจากแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน ซึ่งมีความบางและเปราะกับแผ่นกระจกบางๆ แม้จะถูกเคลือบป้องกันด้วยกระจกนิรภัย (Tempered Glass) และกรอบอะลูมิเนียมแล้ว แต่ความเค้นเชิงกลก็ยังสามารถสร้างความเสียหายต่อซิลิคอนด้านในได้

รอยร้าวเหล่านี้มีขนาดเล็กระดับไมครอน หรือ Micro-crack ซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็น และมักเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • การขนส่งและการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน: การกระแทก การวางแผงซ้อนกันผิดวิธี หรือการขันน็อตยึดแผง (Mounting) แน่นเกินไปจนเกิดความเค้น
  • การเหยียบแผงขณะล้างทำความสะอาด: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งในประเทศไทย ช่างที่ขาดความเชี่ยวชาญมักเดินเหยียบหรือคุกเข่าลงบนแผงโดยตรง ทำให้แผ่นซิลิคอนร้าวทันที
  • สภาพอากาศรุนแรง: ลมพายุพัดกระโชกแรงที่ทำให้โครงสร้างหลังคาสั่นสะเทือน หรือพายุลูกเห็บ

เมื่อเวลาผ่านไป รอยร้าว Micro-crack จะขยายตัวกว้างขึ้นตามวงจรการหดและขยายตัวจากความร้อน ในเวลากลางวันและกลางคืน รอยร้าวนี้จะไปตัดขาดเส้นตารางนำไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไม่ได้และเกิดความต้านทานสูง พลังงานที่วิ่งผ่านไม่ได้จะถูกแปลงสภาพเป็นความร้อนสะสมเฉพาะจุด เรียกว่าปรากฏการณ์ Hot Spot ซึ่งสามารถมีความร้อนสูงทะลุ 150 – 200 องศาเซลเซียส ละลายแผ่นหลังและทำให้เกิดไฟไหม้ได้

ปัญหา PID (Potential Induced Degradation)

PID คือปรากฏการณ์การเสื่อมสภาพของโมดูลโซลาร์เซลล์ที่เกิดจาก ความต่างศักย์ไฟฟ้า มักเกิดกับระบบที่มีการต่อแผงแบบอนุกรมยาวๆ ซึ่งทำให้มีแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงมากเมื่อเทียบกับโครงอะลูมิเนียมที่ถูกต่อสายดินไว้

ตามมาตรฐานวิศวกรรม IEC 62804 ได้ระบุถึงความเสี่ยงของ PID ว่ามักจะถูกเร่งปฏิกิริยาด้วย อุณหภูมิที่สูงและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง ซึ่งตรงกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก หรือโรงงานที่มีไอระเหยจากกระบวนการผลิต)

ความชื้นและความร้อนจะทำให้ไอออนของโซเดียมในกระจกแตกตัวและเคลื่อนที่ ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของประจุไฟฟ้าจากเซลล์ซิลิคอน วิ่งทะลุชั้นฟิล์ม EVA ลงสู่เฟรมอะลูมิเนียม แทนที่กระแสไฟฟ้าเหล่านั้นจะวิ่งเข้าสู่อินเวอร์เตอร์เพื่อแปลงเป็นไฟใช้งาน แผงโซลาร์เซลล์ที่เกิดปัญหา PID อย่างหนัก อาจสูญเสียกำลังการผลิตได้ถึง 30-50% ภายในเวลาไม่กี่ปี

วิธีสังเกตและแยกแยะความผิดปกติของ Defect

ประเภทของ Defect

สาเหตุหลักอาการที่ส่งผลต่อระบบ (System Impact)

วิธีการตรวจสอบที่แม่นยำที่สุด

Micro-crack

การกระแทก, การเหยียบแผง, พายุลมแรงเกิด Hot spot, แผงไหม้เฉพาะจุด, เสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ

ถ่ายภาพ EL Testing, โดรนสแกนความร้อน

PID Effect

ความชื้นสูง, แรงดันไฟฟ้าสูง, ขาดการตรวจเช็ก Groundingกระแสไฟฟ้า (Current) ดรอปลงทั้งสตริง, แผงเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

วัดค่า I-V Curve, ถ่ายภาพ EL Testing

Snail Trails

ความชื้นทำปฏิกิริยากับวัสดุพิมพ์ Busbar บริเวณที่มีรอยร้าวปรากฏรอยเส้นสีดำคล้ายรอยหอยทากเดินบนแผง (มองเห็นด้วยตาเปล่า)

ตรวจสอบด้วยตาเปล่า (Visual Inspection)

Bypass Diode เสีย

ฟ้าผ่า, ไฟกระชาก (Surge), การเกิดเงาบังเป็นเวลานานแผงผลิตไฟหายไป 1 ใน 3 หรือหายไปทั้งแผงทันที

วัดค่าแรงดันไฟฟ้า (Open Circuit Voltage: Voc)

3 วิธีในการตรวจสอบ Defect

เพื่อรับมือกับปัญหาที่มองไม่เห็น บริษัทผู้ให้บริการรับติดตั้งและดูแลรักษาระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐานวิศวกรรม จะไม่ใช้เพียงการตรวจสอบด้วยตาเปล่า แต่จะใช้เครื่องมือทดสอบขั้นสูง ได้แก่

  1. โดรนสแกนความร้อน การใช้โดรนที่ติดกล้องอินฟราเรด (IR) บินตรวจสอบเหนือหลังคาโรงงาน เป็นวิธีที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดในการหา Hot Spot โดรนจะจับภาพความแตกต่างของอุณหภูมิบนแผง หากแผงไหนมีเซลล์ที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดอื่นอย่างผิดปกติ วิศวกรจะสามารถระบุพิกัดและเข้าไปแก้ไขแผงนั้นๆ ได้ทันทีก่อนเกิดเพลิงไหม้
  2. การทดสอบด้วยภาพถ่ายรังสี เครื่องมือนี้ทำงานคล้ายกับการเอกซเรย์แผงโซลาร์เซลล์ โดยช่างจะป้อนกระแสไฟฟ้าย้อนกลับเข้าไปในแผง เซลล์ซิลิคอนที่สมบูรณ์จะเปล่งแสงอินฟราเรดออกมาอย่างสม่ำเสมอ แต่จุดที่มี Micro-crack หรือจุดที่เกิด PID จะแสดงผลเป็นรอยเส้นสีดำอย่างชัดเจน ภาพถ่ายเป็นหลักฐานสำคัญระดับสากลที่ใช้ในการ เคลมประกันสินค้า (Warranty Claim) กับโรงงานผู้ผลิต
  3. การวัดค่า I-V Curve (Current-Voltage Characteristic) เป็นการใช้เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าเพื่อวาดกราฟความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าของแต่ละสตริง รูปทรงของกราฟ I-V สามารถฟ้องอาการป่วยของระบบได้แม่นยำมาก เช่น กราฟมีรอยหยักบ่งบอกถึงการทำงานของ Bypass Diode ที่ผิดปกติ หรือกราฟลาดเอียงลง บ่งบอกถึงปัญหาความต้านทานที่เพิ่มขึ้นจาก PID หรือสายไฟเสื่อมสภาพ

ล็อกซเล่ย์ คอนสตรั่คชั่น แมททรีเรียล

Email: [email protected]
Phone: (66) 085-360-0480
Line OA: @Loxcons

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ไม่สามารถซ่อมแซมได้ครับ เนื่องจากความเสียหายเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างของเซลล์ซิลิคอนที่อยู่ภายใต้ชั้นกระจกและฟิล์ม EVA วิธีแก้ปัญหาที่ปลอดภัยและถูกต้องตามหลักวิศวกรรมที่สุด คือการถอดแผงที่ชำรุดออกและเปลี่ยนแผงใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Hot Spot ลุกลามเป็นไฟไหม้

สามารถเคลมได้ หากแผงนั้นๆ ยังอยู่ในระยะเวลารับประกันประสิทธิภาพ (Performance Warranty ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 25 ปี) แต่ทางโรงงานจะต้องอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ในการยื่นเคลม เช่น รายงานการวัดค่า I-V Curve ที่แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพตกเกินกว่าค่าเสื่อมสภาพตามมาตรฐาน และภาพถ่าย EL Testing ที่ระบุจุดบกพร่องได้อย่างชัดเจน

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม แนะนำให้ทำ Preventive Maintenance พร้อมกับการล้างแผงครั้งใหญ่และใช้โดรนสแกนความร้อน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ส่วนการทดสอบขั้นสูงอย่าง EL Testing และ I-V Curve มักจะทำเมื่อระบบแสดงความผิดปกติจากหน้าจอมอนิเตอร์ หรือทำก่อนที่ระยะเวลารับประกันของแผง (Product Warranty) จะหมดอายุ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ขององค์กรสูงสุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial