โรงงานควรติดโซลาร์เซลล์ Solar Cell กี่ KW ?
อีกหนึ่งคำถามที่เจ้าของกิจการหรือเจ้าของโรงงานมักจะมีอยู่ในใจ นอกจากโรงงานเราควรติดโซลาร์เซลล์หรือยัง คือโรงงานเราควรติด solar cell กี่ KW? เพราะการเลือกขนาดที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้คืนทุนช้า ส่วนการเลือกขนาดที่เล็กเกินไปก็อาจลดค่าไฟได้ไม่เห็นผลเท่าที่ควร
บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าจุดสมดุลที่สุด ของการลงทุนโซลาร์เซลล์ในโรงงานของคุณอยู่ตรงไหน
ติดโซลาร์เซลล์โรงงาน แบบไม่ต้องลงทุน คลิก
หลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาว่าโรงงานควรติดโซลาร์เซลล์ กี่ KW
การเลือกขนาดระบบไม่ใช่แค่การดูพื้นที่หลังคาที่ว่างอยู่ แต่ต้องมองหลากหลายมิติของข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจริง เช่น
พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
หัวใจของ On-Grid Solar คือผลิตแล้วต้องใช้ทันที หากผลิตเกิน ระบบจะตัดไฟส่วนเกินทิ้ง หรือต้องขายคืนในราคาที่ต่ำมาก (ซึ่งถ้าจะติดตอนนี้ ไม่สามารถขายคืนได้แล้ว)
- Base Load: คือจุดที่สำคัญที่สุด เราต้องดูว่าในช่วงเวลา 09:00 – 16:00 น. โรงงานมีการใช้ไฟต่ำสุด (Minimum Load) อยู่ที่กี่กิโลวัตต์
- ตัวอย่าง: โรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติก มีเครื่องจักรเดินตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงกลางวันใช้ไฟนิ่งอยู่ที่ 150 kW ดังนั้น การติดโซลาร์เซลล์ขนาด 100-120 kWp จะถือว่าปลอดภัยมาก เพราะไฟที่ผลิตได้จะถูกใช้ในโรงงานทั้งหมด 100%
ข้อจำกัดหม้อแปลง
การไฟฟ้า (MEA/PEA) มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดเรื่องการเชื่อมต่อระบบ
- กฎ 80%: โดยทั่วไปขนาดกำลังผลิตของอินเวอร์เตอร์ (Inverter) รวมกัน ไม่ควรเกิน 80% ของขนาดหม้อแปลง (หน่วยเป็น kVA) เพื่อป้องกันปัญหาแรงดันไฟเกินในระบบและการระบายความร้อนของหม้อแปลง
- ตัวอย่าง: หากโรงงานใช้หม้อแปลงขนาด 500 kVA ขนาดติดตั้งโซลาร์เซลล์สูงสุดที่ไม่ต้องขอขยายเขตหรือปรับปรุงระบบขนานไฟขนาดใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 400 kWp
พื้นที่หลังคาที่ใช้ได้จริง (Roof Availability)
ไม่ใช่ทุกพื้นที่บนหลังคาจะติดแผงได้
- สูตรคำนวณพื้นที่: ปัจจุบันแผงโซลาร์ 1 KW (ประมาณ 2 แผง) ใช้พื้นที่ประมาณ 5.5 – 6 ตารางเมตร
- พื้นที่เผื่อการบำรุงรักษา: ต้องเว้นระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 40-50 ซม. เพื่อการล้างแผงและซ่อมบำรุง รวมถึงหลบเงาสิ่งปลูกสร้างรอบข้าง
- น้ำหนัก (Structural Load): หลังคาต้องรับน้ำหนักได้เพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หากเป็นหลังคาเก่าเกิน 15 ปี อาจต้องมีการเสริมโครงสร้างก่อนติดตั้ง
ติดโซลาร์เซลล์โรงงาน แบบไม่ต้องลงทุน คลิก
สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentives)
นี่คือปัจจัยที่ทำให้จุดคืนทุนสั้นลง
- BOI : หากลงทุนเกิน 5 ล้านบาท (หรือตามเกณฑ์ SME) สามารถขอสิทธิ BOI ได้ อ่านบทความต่อ ติด solar cell ขอ BOI
ค่าไฟต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ ถึงควรติด solar cell และติดกี่ KW
ค่าไฟประมาณ 50,000 บาท/เดือน
- ขนาดที่แนะนำ: 50 – 60 KW
- ความน่าสนใจ: นี่คือจุดสมดุลสำหรับโรงงานขนาดกลาง เพราะขนาด 50 kWp มักเป็นเกณฑ์เริ่มต้นที่บริษัทติดตั้งจะเริ่มให้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลง และยังบริหารจัดการเอกสารขออนุญาตได้ไม่ซับซ้อนเกินไป
- ผลลัพธ์: ลดค่าไฟได้เดือนละ 8,000 – 12,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแดดและอัตราค่าไฟ)
ค่าไฟประมาณ 30,000 บาท/เดือน
- ขนาดที่แนะนำ: 20 – 30 KW
- ความน่าสนใจ: เป็นกลุ่ม SME หรือออฟฟิศขนาดเล็ก จุดนี้ต้องระวังเรื่อง Fixed Cost เช่น ค่าทำโครงสร้างทางเดิน หรือค่าขออนุญาตขนานไฟ ซึ่งอาจทำให้คืนทุนช้ากว่ากลุ่มแรก (ประมาณ 5-6 ปี)
- คำแนะนำ: ควรเน้นการใช้อุปกรณ์เกรดพรีเมียมเพื่อให้ระบบมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด
ค่าไฟ 100,000+ บาท/เดือน
- ขนาดที่แนะนำ: 100 kWp ขึ้นไป
- ความน่าสนใจ: คุ้มค่าที่สุดในเชิงการลงทุน เพราะจะได้ Economy of Scale ราคาต่อ KW จะถูกลงมาก และมักจะเข้าเกณฑ์ BOI ได้ง่าย
- ผลลัพธ์: สามารถลดค่าไฟได้หลัก 25,000 – 40,000 บาทต่อเดือน คืนทุนได้ภายใน 3-4 ปี (หากใช้สิทธิภาษีร่วมด้วย)
ติดโซลาร์เซลล์โรงงาน แบบไม่ต้องลงทุน คลิก
หน่วยการใช้ไฟช่วง On-peak เทียบกับ Off-peak
สัดส่วนที่แนะนำ
โรงงานที่ควรติดโซลาร์เซลล์อย่างยิ่ง ควรมีสัดส่วนการใช้ไฟในช่วง On-Peak ไม่ต่ำกว่า 60-70%
- เหตุผล: ค่าไฟ On-Peak (จันทร์-ศุกร์ 09:00 – 22:00 น.) มีราคาสูงกว่า Off-Peak เกือบ 2 เท่า
- โซลาร์เซลล์ทำงานในช่วง 09:00 – 16:00 น. ซึ่งตรงกับ On-Peak ทั้งหมด ดังนั้นทุกหน่วยที่โซลาร์ผลิตได้ คือการตัดหน่วยค่าไฟราคาแพงทิ้งไป
ปัจจัยเรื่องวันทำงาน
- ทำงาน 6-7 วัน/สัปดาห์: ติดตั้งได้เต็มที่ตาม Base Load เพราะไม่มีวันไหนที่ไฟจะผลิตทิ้งเปล่าๆ
- ทำงาน 5 วัน (หยุดเสาร์-อาทิตย์): ต้องระวังเป็นพิเศษ หากวันหยุดโรงงานไม่มีการเดินเครื่องจักรเลย ไฟที่ผลิตได้ในวันเสาร์-อาทิตย์จะสูญเปล่า
- ในกรณีนี้ บริษัทรับติดโซลาร์เซลล์แนะนำให้ลดขนาด KW ลงมาเหลือเพียง 60-70% ของที่ควรจะเป็น เพื่อให้ภาพรวมรายปี (Annual Yield) ยังคงคุ้มค่าและไม่เสียเงินลงทุนไปกับไฟที่ไม่ได้ใช้
สรุป
การเลือกขนาดติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับโรงงานให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่เรื่องของการถมแผงให้เต็มพื้นที่หลังคา แต่คือความพอดีระหว่างพฤติกรรมการใช้ไฟจริง กับสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่คุณควรได้รับ การคำนวณขนาด KW ที่แม่นยำโดยอิงจากหน่วยไฟช่วง On-Peak และสิทธิประโยชน์จาก BOI จะเปลี่ยนจากค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ให้กลายเป็นกำไรที่จับต้องได้ในระยะยาว และเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้โรงงานของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนครับ
ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา หรือปรึกษาฟรี
Email: [email protected]
Phone: (66) 085-360-0480
Line OA: @Loxcons
ล็อกซเล่ย์ คอนสตรั่คชั่น แมททรีเรียล